2005/Aug/25

ไม่ได้มาอัฟเป็นเวลานานนม(เล็กลงเท่าเดิม อิอิ) เพราะมีทั้งงาน การบ้านกองเท่าภูเขาไฟฟูจิเลยอะ แถมยังต้องแบ่งเวลามาแข่งบาส 3on3 อีกต่างหาก

มะอยากจะ said เลยว่าทีมเราชื่อ dangerous แค่ชื่อก็อ๊าย อาย แทบเอาหน้าอันสวย สด งด(ละ เลิก)งาม ของตัวเองมุดก้มกรรมการหนีเลยอะ แถมซวยอีกดันเจอทีมเตร็งห้อง 4 มีแต่ถึกๆทั้งน้าน ชนทีล้มเป็นหมูน้อยกลิ้งอยู่กลางหนามบาสเลย แฮๆ

ไม่รู้ว่าบ้ารึเปล่าที่มาประจานเรื่องของตัวเองให้ประชาชีทราบ แต่ชั่งเหอะ หน้าเรามันไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆแล้วหละ 555++

แต่ที่แน่ๆพวกเรา หวาน ตาล พลอย เอริจ และอีเบสก็ต่างทำสุดความสามารถ แม้เราทั้งหมดจะแพ้แต้มแค่ 2 คะแนนเท่านั้นแต่เราก็ชนะใจคนดู นั้นคือเพื่อนๆในห้องของเราเอง >+< รักเพื่อนๆฮัฟป๋ม......

Ps.ขอบพระคุณเพื่อนๆที่มาเชียร์ทุกๆคนคะ

Pss.ขอโทษที่พวกเราแพ้นะ

Psss.เสียดายตังค์ค่าชุดจังเลย เสียไป200กว่าบาทได้ใช้งานแค่ 6 นาที คุ้มจิ๊ง!!!

Pssss.อยากบอกว่ารักเพื่อนๆ 3.1 อ.พ.ที่สุด

Psssss.ความสามัคคีคือพละคะ จุ๊บๆๆๆๆๆ

ภาพเหตุการณ์ก่อนลงสนามแข่ง ของ dangerours team

ซากุรางิ : หวาน

รุคาว่า : ตาล

มิซึอิ(มิตซุยซัง) : เอริจ

อาคางิ (กอลิล่าคุง) : พลอย

และสุดท้าย มิยางิ : อีเบส

ภาพเหตุการณ์ในสนามฮัฟ (ถึงมันจะเกินจิงไปหน่อยก็เหอะนะ)

จบการแข่งขันอย่างสวยงามแม้เราจะแพ้แต่เราก็ได้พยายามแล้ว

ขอโทษทีที่ไม่ได้เอารูปจิงๆลงเพราะว่าไม่ได้เอากล้องไปถ่าย บายฮัฟ

แล้วเจอกานใหม่วันหลังนะ coming soon


edit @ 2005/08/25 20:57:59

2005/Aug/13

หลังวันแม่อิอิ ไม่มีอารายเกิดขึ้นเลย

แม่ยังคงมีอาการบ่นทรงตัว และด่าประปลาย เฮ้ยๆ ไม่ใช่พยากรณ์อากาศนะ

เมื่อวานเซ็งโคดๆอะ อาเราแอบไปดูหนังต้มยำแกงไก่ ไม่ใช่ๆ ต้มยำกุ้ง โดย

ไม่บอกเราโคดเศร้าเลยกลายเป็นหลานที่ถูกลืม ทำมัยถึงทำกะชั้นได้.....

ช่างๆเราต้องยืนด้วยลำแข้งของตนเองให้ได้(แล้วยืนอยู่ทุกวันนี้ลำแข้งใครฟะ)

อาไม่พาไปไม่เป็นไรไปเองก็ได้ ไม่ง้อแล้ว หวานเวอร์ชั่นงอนสัดๆ

เนี่ยๆนั่งอัฟ blog ไปฟังเพลงจาก sean's diary ไปเพลงi believe ฟังแล้ว

จากเรื่อง my sassy girl นะมะใช่ tata (ถ้าเพลง tata คงฟังไปดิ้นเป็นหมูไป หุหุ)

ฟังแล้วจะหลับซะงั้น มันคงเศร้าเกินเหตุมั้ง เออๆเนี่ยๆๆๆๆงอน sean แล้วอะ

อุส่าแนะเพลงเพราะๆให้ลงได มันดันว่าไม่เพราะอีกคราวหลังไม่บอกมันแล้ว

เพลงดีมีคุณภาพจากค่าย berkery by boydมันยังว่าไม่เพราะก็มะรู้จะเอาเพลง

อารายให้มันฟังแล้วงอนโว๊ย.......สงสัยคราวหน้าต้องแนะเพลงหมอลำ

คณะเสียงอีสาน ให้มันฟังดีกว่าเผื่อจาเข้าหูบ้าง งอนโว๊ย...........

Ps.ไอ้ sean ถ้าแกมาเม้น blog เค้า ก็จะบอกว่าเค้าเข้าไดแกได้แล้วนะ อิอิ

Pss.อย่าเพิ่งดีใจไปยังงอนแกนะโว๊ย ดันว่าเพลงเค้าไม่เพราะ

Psss.อย่าลืมส่งรูปที่เราถ่ายด้วยกันมาให้หน่อยนะ เอารูปเพื่อนๆในห้องด้วย

Pssss.ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยม ขอบคุณฮัฟ

2005/Aug/11

ลองอ่านดูนะ แล้วจะรักแม่ขึ้นทุกนาที

ท่ามกลางความคึกคักตามห้างสรรพสินค้าหรือ ตลาดสด ที่บรรดาลูก ๆ ทั้งหลายพากันไปหาซื้อของขวัญเพื่อมอบให้คุณแม่ ในวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้ แต่กลับมีอีกมุมหนึ่งของสังคม ซึ่งผู้เป็นแม่ได้ถูกทอดทิ้งให้เดียวดาย อยู่กับเพื่อนวัยเดียวกันในสถานสงเคราะห์ โดยลูกบางคนไม่เคยมาเหลียวแล และไม่เคยรับรู้ว่า แม่..ยังคงเป็นห่วงลูกมากแค่ไหน

ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านธรรมปกรณ์วัดม่วง อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีคนชราเฉพาะผู้หญิงพักอยู่ทั้งหมด 107 คน มีอายุตั้งแต่ 60-95 ปี และในจำนวนนี้มีคุณยายเฉลิมศรี กลีบบัว อายุ 65 ปีพักอาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราดังกล่าวด้วย

คุณยายเฉลิมศรีเล่าว่า บ้านเดิมอยู่ จ.อ่างทอง และมีบุตรชาย 2 คน ส่วนสามีได้แยกทางกัน ที่ตัดสินใจออกจากบ้านมา เนื่องจากลูก ๆ ไม่ค่อยมีเวลาดูแล เพราะลูกคนโตมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ส่วนลูกคนเล็กก็ออกจากบ้านไปหางานทำ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบหน้าลูกชายคนเล็กเป็นเวลา 3 ปีมาแล้ว

ตลอดระยะเวลาที่มาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ตั้งแต่ปี 2546 นาน ๆ ลูกชายคนโตจะมาเยี่ยมสักครั้ง อยู่ที่นี่ก็รู้สึกเหงา แต่ก็ไม่อยากกลับไปบ้าน เพราะจะเป็นการรบกวนและเพิ่มภาระให้กับลูก ๆ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุดคือ ลูกชายคนเล็กที่ชื่อ นาย อภิชาติ อินทรสุข อายุ 35 ปี ซึ่งตนไม่ได้พบหน้ามานาน และคิดถึงเขามาก หากเขาทราบว่าแม่มาอยู่ที่นี่ ก็ให้ปลีกเวลามาหาแม่บ้าง แม่ไม่ได้ต้องการอะไร เพียงแต่อยากเห็นหน้าลูกและอยากรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน สบายดีหรือไม่ แม่ก็พอใจแล้ว...

นี่เป็นเพียงความต้องการจากใจของคุณแม่คนหนึ่ง ที่เพียงแค่ได้พบลูกบ้างก็พอแล้ว แต่ยังมีคุณแม่อีกหลาย ๆ คน ไม่มีโอกาสออกมาเรียกร้องสิ่งเหล่านี้ให้ลูก ๆ ได้รับรู้...

และหากคุณยังไม่รู้ว่า แม่...ผู้หญิงซึ่งยิ่งใหญ่ยากที่จะหาสิ่งอื่นใดมาเทียมเท่า... แม่ยิ่งใหญ่และมีความหมายมาก แค่ไหน ขอให้อ่านเรื่องต่อไปนี้ และใช้ความคิดไปพร้อมๆ กัน

มีเรื่องเล่าว่า แม่ผู้แก่เฒ่าเดินไม่ได้คนหนึ่ง เป็นที่รำคาญใจของลูกชายเหลือเกิน แต่ไม่รู้จะ เอาแม่ไปฝากใครเลี้ยงแทน เพราะสมัยนั้นยังไม่มีสถานสงเคราะห์คนชรา จึงตัดสินใจแบกแม่เอา ไปปล่อยป่าตามยถากรรม แม่ไม่วอนขอ ไม่ถาม ไม่ว่าอะไร ตั้งใจหักกิ่งไม้ตามทางเรื่อยไป เข้าป่า ลึกไกลมากแล้ว ลูกชายวางแม่ลงบนโขดหิน แล้วหันหลังจะเดินทางกลับ ตอนนี้เอง แม่ตะโกน ตามหลังลูกไปว่า "ลูกเอ๋ย เดินตามรอยกิ่งไม้ที่แม่หักไว้นะ จะได้ไม่หลงทาง"

เห็นไหมว่าความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่เพียงใด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคย ทอดทิ้ง แม่ให้อยู่ตามลำพัง คนเดียว วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่คุณจะบอกว่า รักแม่ ไม่จำเป็นต้องทำเพียงแค่วันแม่แห่งชาติเท่านั้น เพราะทุก ๆ วัน แม่คือคนที่สำคัญกับเราเสมอ...

dear.....mom who love me lot.....

แม่ คือ คำแรกที่เราพูดได้นะ เรารักไม่เท่าไหร่ อธิบายไม่ได้หลอก เอาเป็นว่าไม่น้อยกว่าที่แม่รักเรา แม่บ่นเราบ่อยๆก็เข้าใจนะว่ารัก เราสร้างความวุ่นวายในบ้านให้แม่บ่อยๆ เช่น เก็บข้าวของไม่เป็นที่ อันนี้ก็หมายความว่าเรารักแม่นะ เพียงแต่ว่าเราเก็บของไม่เก่งเท่าแม่น่ะ เรารู้ว่าแม่จะไม่มาอ่าน blog เราหลอก (แม่เล่นคอมมะเป็น) อันนี้เราไม่ว่าหรอกแม่เล่นไม่เป็นเราจะเล่นแทนแม่เองนะ

ขอให้แม่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง อ้วนตุ้ยแบบนี้ตลอดไป แม่บ่นหวานบ่อยๆว่า ไม่รู้จักโต ที่หวานไม่อยากโตเพราะว่ายังอยากเป็นคนที่แม่คอยดูแลอยู่ตลอดไงหละ รักแม่นะ รักจ๊าบ.......